<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัดภูพลานสูง &#187; พระพุทธทันตะ(พระเขี้ยวฝาง)</title>
	<atom:link href="http://suriyathatcivilize.org/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9d/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://suriyathatcivilize.org</link>
	<description>ศิวิไลซ์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Oct 2020 18:39:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=4.1</generator>
	<item>
		<title>พระพุทธทันตะ(พระเขี้ยวฝาง)</title>
		<link>http://suriyathatcivilize.org/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9d/</link>
		<comments>http://suriyathatcivilize.org/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9d/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2015 11:54:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Administrator]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดภูพลานสูง]]></category>
		<category><![CDATA[พระพุทธทันตะ(พระเขี้ยวฝาง)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iplayshops.com/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[พระพุทธทันตะได้เสด็จมาพร้อมกับพระพุทธโลหิต สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับหลวงพ่อเป็นอย่างมาก  หลวงพ่อไม่ทราบมาก่อนว่าพระพุทธทันตะจะเสด็จมาด้วย  ดังนั้นหลวงพ่อจึงไปกราบเรียนถามหลวงปู่ใหญ่โมคคัลลานะเกี่ยวกับเรื่องนี้  จึงได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธธาตุสดขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ ยังไม่ถูกเผาในโลกนี้มีอยู่ ๓ องค์ด้วยกันคือ -พระพุทธนขา -พระพุทธโลหิต -พระพุทธทันตะ      เมื่อหลวงพ่อได้พบกับพระพุทธนขาที่บรรจุอยู่ในหลวงพ่อพระโตโคตะมะ  จึงเป็นเหตุให้ได้พบกับพระพุทธโลหิตและพระพุทธทันตะ   เพราะตามตำนาน พระพุทธธาตุสดทั้ง ๓ องค์ต้องมาอยู่รวมกัน  เพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ครบห้าพันปีเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธทันตะเกิด ขึ้นตอนที่พระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๕๘ พรรษา  พระพุทธองค์ทรงปวดพระทนต์  ฟันกรามข้างขวาซี่ในสุด  ปวดฟันฟันเป็นแมง  ในพระไตรปิฏกบอกว่า  พระพุทธองค์ปวดฟัน  แต่ไม่ทราบว่าปวดแล้วถอนฟันไปไว้ที่ไหน  ตามตำนานบอกว่าพระพุทธองค์ปวดฟันได้ไปนอนพักอยู่ที่เขาคิชณกูฏ  พระพุทธองค์รับสั่งให้หมอชีวกเข้าเฝ้า  มีพระโมคคัลลานะเป็นที่ปรึกษา  ช่วงเวลานั้นบรรดาเจ้าเมืองต่าง ๆ  มาเฝ้าไข้พระพุทธองค์มากมาย  เมื่อหมอชีวกเข้าไปถวายพระโอสถเสร็จแล้ว  ก็ออกมาประกาศว่า  ท่านทั้งหลายอย่าได้อยู่รบกวนพระพุทธองค์เลย  ตอนนี้พระพุทธองค์ทรงพักผ่อนบรรทมอยู่และเรามียาดีแปะไปแล้วฟันพระพุทธองค์ ดีเหมือนเดิม  เจ้าเมืองต่าง ๆเชื่อหมอชีวกต่างพากันกลับบ้านเมืองไปอย่างหน้าอ๋อย (หน้าอ๋อยเป็นภาษาอีสาน) พระพุทธองค์ทรงบันดาลให้หมอชีวกออกไปประกาศอย่างนั้น  ด้วยพระพุทธองค์ทรงเล็งเห็นเหตุวุ่นวายอันเกิดจากพระทนต์ของพระองค์พระ พุทธองค์ก็เลยยังไม่ถอนตอนนั้นต่อมาในเวลาเที่ยงคืนพระองค์ตรัสเรียกหมอชีวก และพระโมคคัลลานะเข้ามาพบ  เมื่อทั้ง ๒ เข้าไปพบพระพุทธองค์ได้เห็นเลือดของพระพุทธองค์ออกมาเต็มกระพุ้งแก้ม  พระโมคคัลลานะจึงนำพานทองมารองรับพระพุทธทันตะ  แล้วพระพุทธองค์สั่งให้พระโมคคัลลานะนำไปเก็บรักษาไว้  เทวดาก็จ้องมองจะเอาเหมือนกัน  พระโมคคัลลานะนำไปเก็บซุกซ่อนไว้โดยไปเก็บไว้ใต้หิน ๓ ...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>พระพุทธทันตะได้เสด็จมาพร้อมกับพระพุทธโลหิต สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับหลวงพ่อเป็นอย่างมาก  หลวงพ่อไม่ทราบมาก่อนว่าพระพุทธทันตะจะเสด็จมาด้วย  ดังนั้นหลวงพ่อจึงไปกราบเรียนถามหลวงปู่ใหญ่โมคคัลลานะเกี่ยวกับเรื่องนี้  จึงได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธธาตุสดขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ ยังไม่ถูกเผาในโลกนี้มีอยู่ ๓ องค์ด้วยกันคือ<br />
-พระพุทธนขา<br />
-พระพุทธโลหิต<br />
-พระพุทธทันตะ</p>
<p style="text-align: justify;">     เมื่อหลวงพ่อได้พบกับพระพุทธนขาที่บรรจุอยู่ในหลวงพ่อพระโตโคตะมะ  จึงเป็นเหตุให้ได้พบกับพระพุทธโลหิตและพระพุทธทันตะ   เพราะตามตำนาน<br />
พระพุทธธาตุสดทั้ง ๓ องค์ต้องมาอยู่รวมกัน  เพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ครบห้าพันปีเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธทันตะเกิด ขึ้นตอนที่พระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๕๘ พรรษา  พระพุทธองค์ทรงปวดพระทนต์  ฟันกรามข้างขวาซี่ในสุด  ปวดฟันฟันเป็นแมง  ในพระไตรปิฏกบอกว่า  พระพุทธองค์ปวดฟัน  แต่ไม่ทราบว่าปวดแล้วถอนฟันไปไว้ที่ไหน  ตามตำนานบอกว่าพระพุทธองค์ปวดฟันได้ไปนอนพักอยู่ที่เขาคิชณกูฏ  พระพุทธองค์รับสั่งให้หมอชีวกเข้าเฝ้า  มีพระโมคคัลลานะเป็นที่ปรึกษา  ช่วงเวลานั้นบรรดาเจ้าเมืองต่าง ๆ  มาเฝ้าไข้พระพุทธองค์มากมาย  เมื่อหมอชีวกเข้าไปถวายพระโอสถเสร็จแล้ว  ก็ออกมาประกาศว่า  ท่านทั้งหลายอย่าได้อยู่รบกวนพระพุทธองค์เลย  ตอนนี้พระพุทธองค์ทรงพักผ่อนบรรทมอยู่และเรามียาดีแปะไปแล้วฟันพระพุทธองค์ ดีเหมือนเดิม  เจ้าเมืองต่าง ๆเชื่อหมอชีวกต่างพากันกลับบ้านเมืองไปอย่างหน้าอ๋อย (หน้าอ๋อยเป็นภาษาอีสาน) พระพุทธองค์ทรงบันดาลให้หมอชีวกออกไปประกาศอย่างนั้น  ด้วยพระพุทธองค์ทรงเล็งเห็นเหตุวุ่นวายอันเกิดจากพระทนต์ของพระองค์พระ พุทธองค์ก็เลยยังไม่ถอนตอนนั้นต่อมาในเวลาเที่ยงคืนพระองค์ตรัสเรียกหมอชีวก และพระโมคคัลลานะเข้ามาพบ  เมื่อทั้ง ๒ เข้าไปพบพระพุทธองค์ได้เห็นเลือดของพระพุทธองค์ออกมาเต็มกระพุ้งแก้ม  พระโมคคัลลานะจึงนำพานทองมารองรับพระพุทธทันตะ  แล้วพระพุทธองค์สั่งให้พระโมคคัลลานะนำไปเก็บรักษาไว้  เทวดาก็จ้องมองจะเอาเหมือนกัน  พระโมคคัลลานะนำไปเก็บซุกซ่อนไว้โดยไปเก็บไว้ใต้หิน ๓ ก้อนที่ถ้ำสุกรขาตา  เขาคิชฌกูฏประเทศอินเดีย  เมื่อพระโมคคัลลานะนำไปเก็บเรียบร้อยแล้วพระพุทธองค์ตรัสถามพระโมคคัลลานะ ว่าเธอได้เก็บพระพุทธทันตะไว้ที่ใด  พระโมคคัลลานะตอบว่า  ข้าพระพุทธเจ้าได้นำไปเก็บซ่อนไว้อย่างดี  ดีแล้วโมคคัลลานะ ด้วยพระพุทธองค์มีพระประสงค์จะให้มาอุบัติเกิดขึ้นในยุคนี้</p>

<a href='http://suriyathatcivilize.org/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9d/15-4/'><img width="150" height="150" src="http://suriyathatcivilize.org/wp-content/uploads/2015/01/153-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suriyathatcivilize.org/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%9d/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
