<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัดภูพลานสูง &#187; หัวสิงห์โต</title>
	<atom:link href="http://suriyathatcivilize.org/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://suriyathatcivilize.org</link>
	<description>ศิวิไลซ์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Oct 2020 18:39:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=4.1</generator>
	<item>
		<title>หัวสิงห์โต</title>
		<link>http://suriyathatcivilize.org/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://suriyathatcivilize.org/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2015 12:02:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Administrator]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวสิงห์โต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iplayshops.com/?p=220</guid>
		<description><![CDATA[     หัวสิงโตที่วางอยู่ตรงพระนอนนั้นมีประวัติความเป็นมา  ตามที่หลวงพ่อเมตตาเล่าให้ผู้เขียนฟังเกี่ยวกับหัวสิงโตกับเศียรพระพรหม  หัวสิงโตกับเศียรพระพรหมเกี๋ยวข้องกับพระศาสนากับพระบรมธาตุอย่างไร   ในอดีตพระบรมธาตุข้อพระหัตถ์  พระสรีรังคารนี้อยู่ที่ศาลพระพรหม  ประเทศเขมร   ในยุคนั้นมีมอญแดงมอญขาวมอญดำได้ทำสงครามแย่งชิงพระบรมธาตุข้อพระหัตถ์จาก พระยาขอม  พระเทวจักรไม่ยอมจึงได้อัญเชิญพระบรมธาตุข้อพระหัตถ์และพระสรีรังคาร  เหาะข้ามภูเขามาไว้ที่ปราสาทศาลพระพรหมที่เมืองเขมร   ท่านอธิษฐานแล้วเก็บไว้ตรงนั้นต่อมาในยุคที่พระบรมธาตุเสด็จมาอยู่ที่วัดภู พลานสูง  เทวดาก็เวนให้คนตัดหัวสิงโตมาทิ้งไว้บนยอดเขา  ชาวบ้านไปเห็นเข้าก็แบกเอามาถวาย   เขาเวนให้มาเศียรพรหมเขาก็เอามาไว้ที่บนยอดเขา  ชาวบ้านก็เอามาถวาย  เอามาเป้นสัญลักษณ์เครื่องหมายส่วนเกี่ยวข้อง  เพราะในอดีตพระบรมสารีริกธาตุเคยอยู่ตรงนั้นมากกว่าสองพันปี  ตั้งแต่พ.ศ.๑๙  พรานป่าไปพบก็เอามาถวาย   เศียรพรหมก็อยู่ประเทศเขมร  ในอดีตศาลพระพรหมตั้งอยู่ในเมืองนั้นเรียกว่า “นครอินทปัต” ในตำนานประเทศเขมร   สมัยโบราณเรียกนครอินทปัตศรี  นครอินทปัตได้นามชื่อนั้นเพราะมนุษย์   เราศรัทธาเลื่อมใส่ได้สร้างปราสาทเรียกว่า นครวัด  นั่นคือปราสาทศาลพระอินทร์  ปราสาทนครธม   ก็คือนารายณ์บรรทมสินธุ์  ปราสาทตาพรหมก็คือศาลพระพรหมนั่นแหละ  ศาลพระพรหมเป็นศาลหลวง  ปีหนึ่งกษัตริย์จะเดินทางมาประกอบพิธีบวงสรวง  นครอินทปัตเป็นเมืองใหญ่อลังการที่สุด  เจ้าเมืองมีศรัทธาสร้างศาลบูชาพระพรหม  พระอินทร์  สร้างปราสาทถวายพระอินทร์ให้เสด็จมาประทับ  สร้างศาลพระพรหม  สร้างปราสาทนารายณ์บรรทมสินธุ์  คนสมัยนั้นนับถือเทวนิยม  ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา  เพราะว่าปราสาทนครวัดนครธมนครอิทธปัตเกิดก่อนพระพุทธศาสนา ๓ – ๔พันปีมาแล้ว จึงกล่าวได้ว่าเหล่าเทพเทวดาเหล่านี้เป็นผู้นำร่องปูทางถวายพระพุทธองค์  ฉะนั้นแดนนี้จึงเรียกแดนนารายณ์  มีพระนารายณ์  มีพระอิศวร  มีเทพอีกมากมายหลายองค์  เทพเหล่านี้ล้วนมีฤทธิ์ทั้งสิ้น  ...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">     หัวสิงโตที่วางอยู่ตรงพระนอนนั้นมีประวัติความเป็นมา  ตามที่หลวงพ่อเมตตาเล่าให้ผู้เขียนฟังเกี่ยวกับหัวสิงโตกับเศียรพระพรหม  หัวสิงโตกับเศียรพระพรหมเกี๋ยวข้องกับพระศาสนากับพระบรมธาตุอย่างไร   ในอดีตพระบรมธาตุข้อพระหัตถ์  พระสรีรังคารนี้อยู่ที่ศาลพระพรหม  ประเทศเขมร   ในยุคนั้นมีมอญแดงมอญขาวมอญดำได้ทำสงครามแย่งชิงพระบรมธาตุข้อพระหัตถ์จาก พระยาขอม  พระเทวจักรไม่ยอมจึงได้อัญเชิญพระบรมธาตุข้อพระหัตถ์และพระสรีรังคาร  เหาะข้ามภูเขามาไว้ที่ปราสาทศาลพระพรหมที่เมืองเขมร   ท่านอธิษฐานแล้วเก็บไว้ตรงนั้นต่อมาในยุคที่พระบรมธาตุเสด็จมาอยู่ที่วัดภู พลานสูง  เทวดาก็เวนให้คนตัดหัวสิงโตมาทิ้งไว้บนยอดเขา  ชาวบ้านไปเห็นเข้าก็แบกเอามาถวาย   เขาเวนให้มาเศียรพรหมเขาก็เอามาไว้ที่บนยอดเขา  ชาวบ้านก็เอามาถวาย  เอามาเป้นสัญลักษณ์เครื่องหมายส่วนเกี่ยวข้อง  เพราะในอดีตพระบรมสารีริกธาตุเคยอยู่ตรงนั้นมากกว่าสองพันปี  ตั้งแต่พ.ศ.๑๙  พรานป่าไปพบก็เอามาถวาย   เศียรพรหมก็อยู่ประเทศเขมร  ในอดีตศาลพระพรหมตั้งอยู่ในเมืองนั้นเรียกว่า “นครอินทปัต” ในตำนานประเทศเขมร   สมัยโบราณเรียกนครอินทปัตศรี  นครอินทปัตได้นามชื่อนั้นเพราะมนุษย์   เราศรัทธาเลื่อมใส่ได้สร้างปราสาทเรียกว่า นครวัด  นั่นคือปราสาทศาลพระอินทร์  ปราสาทนครธม   ก็คือนารายณ์บรรทมสินธุ์  ปราสาทตาพรหมก็คือศาลพระพรหมนั่นแหละ  ศาลพระพรหมเป็นศาลหลวง  ปีหนึ่งกษัตริย์จะเดินทางมาประกอบพิธีบวงสรวง  นครอินทปัตเป็นเมืองใหญ่อลังการที่สุด  เจ้าเมืองมีศรัทธาสร้างศาลบูชาพระพรหม  พระอินทร์  สร้างปราสาทถวายพระอินทร์ให้เสด็จมาประทับ  สร้างศาลพระพรหม  สร้างปราสาทนารายณ์บรรทมสินธุ์  คนสมัยนั้นนับถือเทวนิยม  ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา  เพราะว่าปราสาทนครวัดนครธมนครอิทธปัตเกิดก่อนพระพุทธศาสนา ๓ – ๔พันปีมาแล้ว จึงกล่าวได้ว่าเหล่าเทพเทวดาเหล่านี้เป็นผู้นำร่องปูทางถวายพระพุทธองค์  ฉะนั้นแดนนี้จึงเรียกแดนนารายณ์  มีพระนารายณ์  มีพระอิศวร  มีเทพอีกมากมายหลายองค์  เทพเหล่านี้ล้วนมีฤทธิ์ทั้งสิ้น  ผู้ที่จะมาโปรดเทพเหล่านี้ได้ก็คือพระโมคคัลลานะ  นั่นเป็นสาเหตุที่พระโมคคัลลานะวนมาโปรดสัตว์แถบนี้  โดยใช้ฤทธิ์อำนาจกำหราบพวกเทพทั้งหลาย  เทพทั้งหลายจึงเกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระศาสนาจึงวนเข้ามาหาพระนารายณ์ก็มี ส่วนเพราะเป็นบริวารของพระโพธิสัตว์ เป็นบริวารของพระพุทธเจ้า  เขาเป็นผู้มีฤทธิ์  ฤทธิ์เกิดจากพระพุทธองค์ประทานให้  เทพทั้งหลายเกิดความเลื่อมใสศรัทธาจึงหมุนเข้า  หลอมเข้าสู่พุทธศาสนา พุทธศาสนาของพระพุทธองค์สอนให้รู้ถึงความหลุดพ้น  ให้รู้แจ้งในสัจธรรม  ตรงนั้นแหละเป็นสาเหตุที่พระพุทธองค์ทรงดำริว่าเห็นคนเกิด<br />
แก่เจ็บตาย  พระองค์คิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะพ้นจากสภาวะเหล่านั้น  พระพุทธองค์จึงได้แสวงหาและบำเพ็ญเพียรจนจบ  คือพระนิพพาน พระนิพพานเป็นทางแก้การเกิดแก่เจ็บตาย  เมื่อผู้ใดเข้าถึงพระนิพพานแล้ว  ชื่อว่าเป็นผู้มีความอมตะ  เป็นผู้ไม่ตายเหมือนพระพุทธองค์  ปรินิพพานแล้วก็ยังมีพุทธสรีระ  แม้พระอรหันต์นิพพานแล้วก็ยังมีพระอัฐิธาตุล่องลอยอยู่  เสด็จไปเสด็จมา  นั่นแหละเรียกว่าความเป็นผู้เข้าถึงอมตะคือความไม่ตาย  คือพระนิพพานไม่ใช่พระนิพพานแปลว่าดับสูญทุกอย่าง  ไม่ใช่นิพพานเป็นที่สิ้นอาสวะกิเลสแล้วเข้าถึงความเป็นผู้ไม่ตาย  เป็นอมตะ  เข้าถึงการไม่ต้องมาเกิด  มาแก่  มาเจ็บ มาตาย  พระพุทธองค์จึงได้ประสบได้เห็นได้ตรัสรู้แจ่มแจ้งในเรื่องเหล่านี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suriyathatcivilize.org/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
